เพิ่งสังเกตเห็นว่าหลายคนยังไม่เข้าใจเรื่องที่ค่อนข้างสำคัญในการเทรดและลงทุน นั่นก็คือ ดีมานซัพพลาย หรือปัญหาอุปสงค์อุปทาน ที่จริงมันไม่ยากเลย แต่ถ้าเข้าใจจริง ๆ ก็จะเห็นว่าราคาสินทรัพย์ทั้งหมดในโลกนี้ขับเคลื่อนด้วยกลไกเดียวกัน



มาเริ่มจากพื้นฐานกันก่อน อุปสงค์คือความต้องการซื้อ ส่วนอุปทานคือความต้องการขาย เมื่อเราพล็อตความสัมพันธ์ระหว่างราคาและปริมาณออกมา จะเห็นว่าอุปสงค์มีความสัมพันธ์แบบผกผันกับราคา ราคาสูงขึ้น → คนอยากซื้อลดลง ราคาลดลง → คนอยากซื้อเพิ่มขึ้น ทำไมถึงเป็นแบบนี้ เพราะมีสองปัจจัยทำงานอยู่ คือผลทางรายได้กับผลทางการทดแทน

ผลทางรายได้ก็คือ เมื่อราคาลดลง เงินในกระเป๋าคุณก็มีค่ามากขึ้น คุณสามารถซื้อได้มากขึ้น ผลทางการทดแทนคือ เมื่อราคาสินค้านั้นลดลง มันก็ดูถูกกว่าสินค้าอื่น ๆ ที่คล้ายกัน เลยทำให้คนเปลี่ยนมาซื้ออันนี้แทน

ส่วนอุปทานนั้นเป็นเรื่องตรงกันข้าม ราคาสูงขึ้น → ผู้ขายอยากขายมากขึ้น ราคาลดลง → ผู้ขายอยากขายน้อยลง มันเหมือนกับว่า ถาราคาดีก็มีแรงจูงใจให้ผลิตและขายมากขึ้น ถ้าราคาไม่ดีก็ไม่อยากขาย

เรื่องที่ดีที่สุดคือจุดสมดุล (Equilibrium) นั่นคือจุดที่เส้นอุปสงค์และเส้นอุปทานตัดกัน ที่จุดนี้ราคาจะมีแนวโน้มที่ไม่เปลี่ยนแปลง ถ้าราคาปรับขึ้นจากจุดสมดุล ผู้ขายจะต้องการขายมากขึ้น แต่ผู้ซื้อจะอยากซื้อน้อยลง ส่งผลให้เกิดสินค้าคงคลังและกดดันราคาลง กลับมาที่จุดสมดุล ถ้าราคาปรับลงจากจุดสมดุล ผู้ซื้อจะอยากซื้อมากขึ้น แต่ผู้ขายจะไม่อยากขาย ส่งผลให้สินค้าขาดแคลนและกดดันราคาขึ้น กลับมาที่จุดสมดุลอีกครั้ง

ตอนนี้มีเหตุการณ์ที่น่าสังเกตกำลังเกิดขึ้นในตลาด ช่องแคบฮอร์มุซถูกปิดจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ส่งผลให้น้ำมันดิบที่ผ่านจุดนี้ประมาณ 20% ของโลกหายไปจากตลาดอย่างกะทันหัน นี่คือ Supply Shock ที่แท้จริง อุปทานหายไป ความต้องการใช้พลังงานยังคงเหมือนเดิม ผลก็คือราคาน้ำมันพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว เพราะสินค้าขาดแคลน

เมื่อมาถึงตลาดการเงิน ดีมานซัพพลายก็ทำงานเหมือนกัน มีปัจจัยหลายตัวที่ส่งผลต่ออุปสงค์ เช่น การเติบโตทางเศรษฐกิจ อัตราดอกเบี้ย สภาพคล่องในระบบ ความเชื่อมั่นของนักลงทุน ถ้าอัตราดอกเบี้ยต่ำ นักลงทุนจะหาผลตอบแทนในตลาดหุ้นมากขึ้น อุปสงค์ก็เพิ่มขึ้น ถ้าสภาพคล่องสูง เงินก็มีเยอะ คนก็อยากลงทุนมากขึ้น

ส่วนอุปทานในตลาดหุ้น ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของบริษัท เช่น การเพิ่มทุนหรือซื้อหุ้นคืน การเข้าจดทะเบียนใหม่ (IPO) เพิ่มอุปทานของหลักทรัพย์ กฎระเบียบของตลาดก็มีผลด้วย บางครั้งกฎเข้มงวดทำให้ผู้คนไม่สามารถขายหุ้นได้ เช่น Silent Period หลัง IPO

เมื่อเข้าใจเรื่องนี้แล้ว การวิเคราะห์ราคาหุ้นก็ง่ายขึ้น ราคาหุ้นลง = แรงขายมาก ราคาหุ้นขึ้น = แรงซื้อมาก แต่ที่ลึกกว่านั้น เรากำลังมองว่าคนต้องการซื้อกิจการนั้นมากน้อยแค่ไหน ถ้าคาดการณ์ว่ากิจการจะเติบโตดี ฝั่งซื้อจะยินดีจ่ายราคาสูงขึ้น ฝั่งขายจะชะลอการขาย ราคาก็ขึ้น ถ้าคาดการณ์ออกมาในทางลบ ฝั่งซื้อจะชะลอ ฝั่งขายจะยินดีลดราคา ราคาก็ลง

การวิเคราะห์เชิงเทคนิคก็ใช้หลักการเดียวกัน ดูแท่งเทียนสีเขียว = อุปสงค์แรง ดูแท่งเทียนสีแดง = อุปทานแรง ดูโดจิ = ทั้งสองฝ่างปะทะเท่า ๆ กัน ราคาไม่รู้จะไปไหน ดูแนวโน้มราคา ถ้าทำจุดสูงใหม่เรื่อย ๆ = อุปสงค์ยังแรง ถ้าทำจุดต่ำใหม่เรื่อย ๆ = อุปทานยังแรง ถ้าเคลื่อนไหวในกรอบ = เท่า ๆ กัน

แนวรับและแนวต้านก็เป็นการประยุกต์ใช้ดีมานซัพพลาย แนวรับคือจุดที่มีแรงซื้อรอซื้อ เพราะนักลงทุนเชื่อว่าราคาที่นั่นสมเหตุสมผล แนวต้านคือจุดที่มีแรงขายรอขาย เพราะคนเห็นว่าราคาแพงแล้ว

เทคนิคที่นิยมใช้คือ Demand Supply Zone ที่มองหาจังหวะที่ราคาเสียสมดุล ราคาจะวิ่งรวดเร็วหรือดิ่งลงแรง แล้วมีการพักตัวในกรอบ เมื่อมีปัจจัยใหม่เข้ามา ราคาก็วิ่งต่อในทิศทางเดิม มีสองแบบการเทรด คือเทรดที่จุดกลับตัวและเทรดตามแนวโน้ม

การกลับตัวขึ้น (DBR) เกิดจากราคาดิ่งลงแรง แล้วพักตัวในกรอบ เมื่อแรงซื้อชนะ ราคาจะทะลุกรอบบนแล้วขึ้นต่อ การกลับตัวลง (RBD) เกิดจากราคาวิ่งขึ้นแรง แล้วพักตัวในกรอบ เมื่อแรงขายชนะ ราคาจะทะลุกรอบล่างแล้วลงต่อ

การเทรดตามแนวโน้มก็เกิดขึ้นเมื่อราคาพักตัวในกรอบ แต่เมื่อมีปัจจัยใหม่ แรงในทิศทางเดิมกลับมาแข็งแรง ราคาจะทะลุกรอบแล้ววิ่งต่อในทิศทางเดิม ขาขึ้นต่อเนื่อง (RBR) คือราคาวิ่งขึ้น พักตัว แล้ววิ่งขึ้นอีก ขาลงต่อเนื่อง (DBD) คือราคาดิ่งลง พักตัว แล้วดิ่งลงอีก

สรุปก็คือ ดีมานซัพพลายไม่ใช่แค่เรื่องเศรษฐศาสตร์ แต่เป็นกลไกพื้นฐานที่ขับเคลื่อนราคาทุกอย่างในตลาด ไม่ว่าจะเป็นหุ้น น้ำมัน ทองคำ หรือสินทรัพย์ดิจิทัล เข้าใจเรื่องนี้ได้ดี การอ่านตลาดก็จะแม่นขึ้น การเทรดก็จะมีหลักการมากขึ้น ไม่ใช่แค่เดาว่าราคาจะไปไหน แต่เข้าใจว่า ทำไม ราคาถึงต้องไปทางนั้น
Ver original
Esta página pode conter conteúdo de terceiros, que é fornecido apenas para fins informativos (não para representações/garantias) e não deve ser considerada como um endosso de suas opiniões pela Gate nem como aconselhamento financeiro ou profissional. Consulte a Isenção de responsabilidade para obter detalhes.
  • Recompensa
  • Comentário
  • Repostar
  • Compartilhar
Comentário
Adicionar um comentário
Adicionar um comentário
Sem comentários
  • Fixado