เพิ่งสังเกตเห็นว่าหลายคนในตลาดยังไม่เข้าใจลึกเรื่องดีมานซัพพลาย แม้ว่ามันคือหัวใจของการเคลื่อนไหวราคาทุกอย่าง จากหุ้น พลังงาน ทองคำ จนถึงสินทรัพย์ดิจิทัล วันนี้ลองอธิบายให้ชัดๆ ว่ามันคืออะไร และใช้ประโยชน์ได้ยังไงในการลงทุน



เอาล่ะ ดีมานซัพพลายนั่นเขาเรียกง่ายๆ ว่า ความต้องการซื้อและความต้องการขาย ถ้าเรามองแนวโน้มราคา เมื่อราคาปรับตัวขึ้น มันแสดงว่าแรงซื้อ (ดีมานด์) มีกำลังมาก ในทางกลับกัน เมื่อราคาดิ่งลง ก็หมายถึงแรงขาย (ซัพพลาย) ที่ชนะ

มาพูดถึงดีมานด์ก่อน นี่คือความต้องการซื้อสินค้าหรือสินทรัพย์ที่ระดับราคาต่างๆ กฎพื้นฐานคือ ราคาสูงขึ้น → ความต้องการลดลง ราคาลดลง → ความต้องการเพิ่มขึ้น เหตุผลมีสองอย่าง ประการแรก เมื่อราคาลดลง เงินในกระเป๋าคุณจึงมีค่าเพิ่มขึ้น ทำให้ซื้อได้มากขึ้น ประการที่สอง เมื่อราคาลดลง ราคาเปรียบเทียบกับสินค้าอื่นก็ดูถูกลง ทำให้คนเปลี่ยนมาซื้ออย่างนี้มากขึ้น

ส่วนซัพพลาย คือความต้องการขาย ที่มีความสัมพันธ์ตรงกันข้ามกับดีมานด์ ราคาสูงขึ้น → ผู้ขายต้องการเสนอขายมากขึ้น ราคาลดลง → ผู้ขายขนาดใจ ลดปริมาณเสนอขาย ถ้าคิดง่ายๆ เมื่อราคาดี ใครจะไม่อยากขาย

ตรงนี้สำคัญ จุดที่ดีมานด์กับซัพพลายตัดกัน เรียกว่า ดุลยภาพ ที่นี่ราคาจะมีแนวโน้มที่จะไม่เปลี่ยนแปลง เพราะถ้าราคาปรับขึ้นจากจุดนี้ ผู้ขายจะอยากเสนอขายมากขึ้น ขณะที่ผู้ซื้อลดปริมาณ ทำให้เกิดสินค้าเหลือ ราคาจึงกลับลงมา ในทางกลับกัน ถ้าราคาปรับลง ผู้ซื้อจะอยากซื้อมากขึ้น ขณะที่ผู้ขายชะลอการขาย ทำให้สินค้าขาดแคลน ราคาจึงกลับขึ้น

ตัวอย่างจากตลาดจริง ช่องแคบฮอร์มุซปิดลงเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ทำให้น้ำมันดิบประมาณ 20% ของโลกหายไปจากตลาด นี่คือสิ่งที่เรียกว่า ซัพพลายช็อก ซัพพลายลดลงอย่างรุนแรง ขณะที่ดีมานด์ยังคงอยู่ ผลคือ ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นแบบไม่มีใครหยุดได้ เพราะสินค้าขาดแคลน

ในตลาดการเงิน เรื่องดีมานซัพพลายนี้มีความซับซ้อนมากขึ้น ดีมานด์ในหุ้นขึ้นอยู่กับปัจจัยเศรษฐกิจมหภาค เช่น อัตราดอกเบี้ย การเติบโตเศรษฐกิจ ความเชื่อมั่นของนักลงทุน ส่วนซัพพลายขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของบริษัท เช่น การเพิ่มทุน การซื้อหุ้นคืน หรือ IPO ของบริษัทใหม่

เมื่อเรามองหุ้น ราคาที่เราเห็นนั้นจริงๆ แล้วคือการสะท้อนของดีมานด์และซัพพลายต่อกิจการนั้น ถ้าข่าวดีออกมา ดีมานด์เพิ่มขึ้น ผู้ซื้อเต็มใจจ่ายราคาสูงขึ้น ราคาจึงปรับตัวขึ้น ในทางกลับกัน ถ้าข่าวไม่ดี ดีมานด์ลดลง ผู้ขายเต็มใจลดราคา ราคาจึงปรับตัวลง

สำหรับผู้ที่เทรด มีเทคนิคที่นิยมใช้ชื่อว่า Demand Supply Zone ที่ใช้การอ่านแนวโน้มราคาเพื่อหาจังหวะ ตัวอย่างเช่น ถ้าราคาดิ่งลงอย่างรวดเร็ว (Drop) แล้วเริ่มแกว่งตัวในกรอบ (Base) เมื่อแรงซื้อกลับมาแข็งแรง ราคาจะทะลุกรอบบนและวิ่งขึ้น (Rally) นี่คือจังหวะที่เทรดเข้าได้

หรือถ้าราคาวิ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว แล้วเริ่มแกว่งตัวในกรอบ เมื่อแรงขายกลับมาแข็งแรง ราคาจะทะลุกรอบล่างและดิ่งลง นี่ก็คือจังหวะสำหรับการเทรดในทิศทางตรงกันข้าม

สิ่งที่สำคัญคือ ถ้าคุณเข้าใจดีมานซัพพลาย คุณก็เข้าใจว่าราคาเคลื่อนไหวไปทำไม ไม่ว่าจะเป็นการวิเคราะห์พื้นฐาน (ดูปัจจัยที่ส่งผลต่อมูลค่ากิจการ) หรือการวิเคราะห์เทคนิค (ดูการเคลื่อนไหวราคาและปริมาณ) ทั้งสองแนวทางล้วนมีรากฐานมาจากเรื่องเดียวกัน

จริงๆ แล้ว การเรียนรู้เรื่องนี้ไม่ยาก แต่ต้องอาศัยการทดลองนำไปใช้กับราคาจริงๆ ที่เกิดขึ้นในตลาด ยิ่งดูเยอะ ยิ่งเห็นรูปแบบชัดเจน ลองดูแนวโน้มราคาในแอปพลิเคชันการเทรดที่คุณใช้ แล้วลองมองว่า ตรงนี้ดีมานด์ชนะ ตรงนั้นซัพพลายชนะ เรื่องนี้จะเริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ
Esta página pode conter conteúdos de terceiros, que são fornecidos apenas para fins informativos (sem representações/garantias) e não devem ser considerados como uma aprovação dos seus pontos de vista pela Gate, nem como aconselhamento financeiro ou profissional. Consulte a Declaração de exoneração de responsabilidade para obter mais informações.
  • Recompensa
  • Comentar
  • Republicar
  • Partilhar
Comentar
Adicionar um comentário
Adicionar um comentário
Nenhum comentário
  • Fixado